Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

โพสท์ใน Uncategorized | 1 ความเห็น

ปภ.แนะปรับกระจก-ท่านั่งเหมาะสม ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ..(เก็บมาฝาก)

ปภ. แนะปรับกระจก ท่านั่งเหมาะสม  ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ

 

          แม้การปรับกระจกรถ  เบาะนั่ง  หมอนรองศรีษะและท่านั่งในการขับรถ  จะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่คนทั่วไปมักมองข้าม  แต่ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้  เพื่อความปลอดภัย  กรมป้องกันและบรรเทาสาธรณภัยขอแนะผู้ขับขี่  ปรับกระจกรถ  เบาะนั่ง  และท่านั่งในการขับรถ  ให้เหมาะสมก่อนออกเดินทาง  ดังนี้

          กระจกมองข้าง  ควรขนานกับตัวรถ  ไม่ก้มหรือเงยและเห็นตัวถังรถด้านข้างมากเกินไป  เพราะจะทำให้มองเห็นรถคันอื่นช้ากว่าปกติ  ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น

          กระจกมองหลัง  ควรปรับให้อยู่ในมุมที่มองเห็นภาพด้านกว้างมากที่สุด  ไม่เห็นศรีษะของผู้ขับขี่  จะช่วยลดอุบัติเหตุจากการเปลี่ยนช่องทางและแซงรถคันอื่น  ห้ามปรับกระจกรถในขณะที่รถกำลังวิ่งเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

          การปรับเบาะนั่ง  พนักพิงไม่เอนหรือเลื่อนชิดพวงมาลัยรถมากเกินไป  ส่วนหมอนรองศรีษะควรปรับให้อยู่กลางและใกล้ศรีษะมากที่สุด  โดยขอบหมอนอยู่ในระดับเดียวกับใบหูด้านบน  เพื่อลดแรงเหวี่ยงที่ทำให้ศรีษะสะบัด  กรณีประสบอุบัติเหตุ

          ท่านั่งในการขับรถ  แผ่นหลังติดพนักพิง  เท้าสามารถเหยียบแป้นเบรคและคันเร่งได้ถนัด  มือจับพวงมาลัยรถในตำแหน่งที่เหมาะสม  โดยมือขวาอยู่ที่ตำแหน่ง 2 หรือ 3 นาฬิกา  มือซ้ายอยู่ที่ตำแหน่ง 9 หรือ 10 นาฬิกา  ข้อศอกงอเล็กน้อย  ไม่นั่งชิดหรือห่างพวงมาลัยรถเกินไป  เพราะจะส่งผลต่อการบังคับทิศทางรถ  และทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง

          การปรับกระจกรถ  เบาะนั่ง  และท่านั่งในการขับรถให้ถูกต้อง  และเหมาะสมก่อนออกเดินทาง  นอกจากจะทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นชัดเจนขึ้นแล้ว  ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนอีกด้วย

 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยป้องกันภัยเชิงรุก บรรเทาทุกข์เมื่อเกิดภัย

สายด่วนนิรภัย  1784  http://www.disaster.go.th

 

โพสท์ใน Uncategorized | 1 ความเห็น

ออกกำลังกาย ” คลายเศร้า…บรรเทาเครียด “

 
 
 

ออกกำลังกายคลายเศร้าบรรเทาเครียด

         ออกกำลังกายเป็นแนวทางหนึ่งที่จะคงไว้ซึ่งร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ความอ้วน และโรคอื่นๆอีกสารพัด และนับวัน ผลการวิจัยยิ่งชี้ชัดว่า การออกกำลังกายช่วยลดอาการทางจิตได้หลายอาการ ไม่ว่าจะเป็นความเครียดหรือซึมเศร้า ทั้งยังป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

          การออกกำลังกายไม่ได้หมายถึงการออกแรงอย่างหนัก เหงื่อตกมากๆ การออกกำลังกายที่ให้ผลทางสุขภาพจิตนั้นแม้เพียงแค่เดินปกติสัก 10 นาทีก็ได้ผลแล้ว เพราะเราไม่ได้มุ่งหวังจะลดน้ำหนักสัก 1 -2 กิโลกรัมที่ต้องวิ่งเป็นระยะทางไกลๆ วิ่งเร็วๆให้เหงื่อแตกพรั่กๆ
ในทางตรงกันข้าม การออกกำลังกายทางจิตวิทยานั้น หมายถึงการทำร่างกายให้แอคทีฟขึ้นเพื่อส่งผลให้ลดอารมณ์ทางด้านลบและเพิ่มอารมณ์ด้านบวกให้มากขึ้น และยิ่งมีการวางแผนให้เหมาะสมก็จะยิ่งได้ผลมากยิ่งขึ้นด้วย

         แม้ว่า กลไกที่การออกกำลังกายส่งผลลดอาการ เศร้า เครียด กดดัน เหนื่อยล้าจิตใจ หงุดหงิดโมโห หรือแม้แต่สิ้นหวังนั้นยังไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่ในทางสรีรวิทยา การออกกำลังกายช่วยเพิ่มระดับของสารเคมีในสมองหรือสารสื่อประสาทที่ปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น อย่างเช่น เอนดอร์ฟิน (endorphins) ช่วยคลายกล้ามเนื้อ หลับลึกขึ้น ลดฮอร์โมนความเครียด และมีผลให้จิตใจสงบขึ้น

ประโยชน์ในทางสุขภาพจิต

– เพิ่มความสำเร็จและความเชื่อมั่นในตนเอง  ดอกเตอร์คริสตินกล่าวว่า ความรู้สึกเชื่อมั่นมั่นใจในการเปลี่ยนแปลงตัวเองสำเร็จเป็นพลังด้านบวกที่จะโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านบวกอื่นๆให้เกิดขึ้นตามมา คนที่ซึมเศร้าจะขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ดังนั้นการได้ออกกำลังกายจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาสัมผัสความสำเร็จเล็กๆขั้นต้นได้อีกครั้งหนึ่งอันเป็นก้าวแรกของก้าวต่อๆไป
– 
หันเหความสนใจไปในทางบวก  เมื่อเวลาที่เราเศร้าหรือเครียด เรามักสนใจหมกมุ่นกับตัวเอง กับอาการและผลของอาการ วนเวียนอยู่อย่างนั้น สิ่งนี้เป็นผลาญเวลาไปกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ นอกจากนั้นมันยังลดประสิทธิภาพในการขบคิดแก้ปัญหา ในทางตรงกันข้าม การออกกำลังกาย ทำให้เราหันเหความสนใจออกไปเรื่องอื่น ละความคิดในแง่ลบลง จะได้พบเห็นสิ่งต่างๆ พบผู้คนช่วยผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี
– 
เพิ่มความมีคุณค่าในตัวเอง  ฟื้นฟูอาการที่คิดว่าตัวเองไร้ค่าไร้ประสิทธิภาพ ออกกำลังกายแม้เพียงนิดก็ช่วยให้เรามองตัวเองดีขึ้น เห็นคุณค่าในตัวเรา และคิดที่จะทำตัวเราให้เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น
– 
จับคู่ในทางบวก  ในระหว่างการออกกำลังกายนั้น ร่างกายเรามีการเปลี่ยนแปลงของการหายใจ เหงื่อออก ชีพจรเร็วขึ้น อาการที่เกิดขณะออกกำลังกายเหล่านี้เกิดขึ้นคู่กับความรู้สึกดีๆทางจิตใจของการได้ออกกำลังกาย ดังนั้นโดยอัตโนมัติจิตใจของเราก็จะจับคู่อาการใจสั่น เหงื่อออก หายใจเร็วหรือขัด ไปในทางบวก ต่อต้านกับความรู้สึกเดิมๆ ทำให้เรามองหรือเห็นอาการทำนองนี้ไปในด้านบวกมาก
– 
สิ่งแวดล้อมพร้อมสนับสนุน  การออกกำลังกายเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อม ผู้คนแวดล้อมในทางบวก พบปะผู้คน ยิ่งเป็นผู้คนที่ชอบออกกำลังกาย คนเหล่านี้อารมณ์แจ่มใส  เสริมอารมณ์ให้แจ่มใสง่ายขึ้น
– 
ทักษะการคิดในทางบวก การทำอะไรในทางบวกที่จะจัดความเครียดความเศร้าเป็นประสบการณ์ด้านบวก  การได้ช่วยตัวเองด้วยการออกกำลังกายจึงทักษะหรือประสบการณ์ในด้านบวกให้เพิ่มมากขึ้น
–       
การฝืนความฝืด  การลุกขึ้นมาออกกำลังกาย เป็นความฝืดที่ยิ่งใหญ่แบบหนึ่ง  แนวทางบางประการที่จะช่วยลดความฝืดเหล่านั้นลง  เช่น หาวิธีออกกำลังกายแบบที่เราสนุก ไม่ว่าจะเป็นชนิดของการออกกำลังกาย เวลาที่สะดวก สถานที่รู้สึกดีๆ ตั้งเป้าแบบที่เป็นไปได้ การตั้งเป้าแบบเริ่มต้นก็จะออกกำลังกายหนึ่งชั่วโมงต่อวันนั้น บางทีเป็นเป้าที่สูงเกินจริง ค่อยๆเริ่มค่อยๆทำครับ อาจแค่วันละ 5 นาทีแล้วเพิ่มก็ได้ จะได้มีกำลังเพราะทำสำเร็จได้ง่าย    ซอยย่อยแผนการออกกำลังกาย ให้แบ่งเป็น เดิน 10 นาที แกว่งแขน 5 นาที พัก 5 นาที วิ่งอีก 10 นาที   อย่าคิดว่าการออกกำลังกายเป็นภาระ ให้คิดเสียว่า มันเป็นยาชนิดหนึ่งที่จะช่วยรักษาหลายโรค ทั้งยังลดความเฉื่อย เพิ่มความเชื่อมั่น เพิ่มการมองแง่บวก ฯลฯ

การแบ่งแผนการออกกำลังเป็นข้อย่อยๆ ช่วยให้เวลาที่เราทำไม่สำเร็จในขั้นใด จะไม่เสียหายไปทั้งหมด ไม่ต้องเริ่มใหม่หมด เราสามารถที่จะเริ่มต้นในจุดต่อไป ยึดมั่นกับการแผนออกกำลังกาย การเริ่มต้นเป็นสิ่งที่ยาก แต่การรักษาไว้ดูจะยากยิ่งกว่า สถานการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ฝนตก มีทางเลือกอื่นๆของการออกกำลังกาย  การคิดถึงผลดีต่างๆในการออกกำลังกายและสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในทางดีที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เรายึดอยู่กับออกกำลังกายได้นานขึ้น

ผศ.ดร.นพ.ประกอบ ผู้วิบูลย์สุข
โรงพยาบาบกรุงเทพ โทร.1719

 

 

อ่านย้อนหลัง " ดูแลสุขภาพ "  ได้ที่ : http://www.oknation.net/blog/loongjame 

 

ขอบคุณสาระดี ๆ มีประโยชน์ จากหนังสือพิมพ์เก่า ๆ  ในทังขยะสีเขียว

โพสท์ใน Uncategorized | 2 ความเห็น

แม้เป็นพระก็ยังหนีความตายไม่พ้น…แล้วประสาอะไรกับคนธรรมดาอย่างเรา ๆ

แม้เป็นพระก็ยังหนีความตายไม่พ้น…แล้วประสาอะไรกับคนธรรมดาอย่างเรา ๆ
 
 
 
 
คติธรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ  จากงานสวดพระอภิธรรมศพ
พระภราดา  พิศลยบุตร  (ยสสิโล)
 
ท่านเป็นญาติผู้หนึ่งของเพื่อนที่ค้าขายอยู่ในตลาดนัดเดียวกัน
บรรยากาศในงาน  ก็ไม่ได้มีอะไรมาก  มีแค่เจ้าภาพ  กับญาติมิตรอีกไม่ถึง 20 คน
แต่
ถึงเป็นงานเล็ก ๆ  แต่กลับได้รับฟังหลักธรรม คำสอนที่ดีจากพระท่านที่ได้มาเทศนาให้ฟ้งกัน
จนได้มองเห็นความจริงบางอย่าง
ความจริงที่หลายต่อหลายคนอาจจะลืมไป  หรือไม่เคยนึกถึงเลย
 
ชีวิตคนเรา  เกิดมา  ก็มาแค่ตัวเปล่า
แล้วชีวิตก็ดำเนินไปตามเส้นทางของวิถีชีวิต  ของใคร ของมัน
ต่างคนก็ประกอบสัมมาอาชีพ  เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้
สะสมรายได้  เพื่อเก็บไว้ใช้จ่าย
บางคนก็มีมาก  บางคนก็มีน้อย  บางคนก็ไม่มี
แต่ไม่ว่าจะมีมากหรือมีน้อย
สุดท้าย  เมื่อตายไป  ก็นำติดตัวไปด้วยไม่ได้
มีแต่บุญ กุศล เท่านั้น  ที่เราจะได้ใช้
ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่  และยังเหลือเวลาอีกนานเท่าไหร่ไม่รู้
ก็ต้องก้าวตามโลกที่เปลี่ยนแปลงไปให้ทัน
แล้ว หมั่นสร้างสรรค์แต่กรรมดี  และทำดีต่อกันไว้เถอะ
 
 
ยังมีอีกมากมาย  แต่จำและจับใจความได้ประมาณนี้
จากที่พยายามตั้งใจฟัง  โดยไม่ได้สนใจคนรอบข้างว่าเค้าคุยอะไรกันบ้าง
อาจจะจำได้ไม่หมด  แต่ก็มีสิ่งดี ๆ ให้เราได้นำกลับมาเตือนสติ เตือนใจเราได้บ้างเหมือนกัน
คติธรรม เตือนใจเรา  มีอยู่มากมายทุกที่
แต่  จะมองเห็นหรือไม่  อย่างไร
อยู่ที่ตัวเราแล้วละ
 
ขนาดพระท่านยังต้องตาย……..แล้วประสาอะไรกับตัวเรา
โพสท์ใน Uncategorized | 1 ความเห็น

เพลงพาไป

วันนี้ ฟังเพลง  ทางกลับบ้าน…bodyslam   แล้วดันนึกถึงอดีตขึ้นมา  ก็ฝันตอนสมัยวัยรุ่น  อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง  อยากยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง  ไม่ต้องให้ใครมาคอยช่วยเหลือ
มีปัญหาก็แก้ด้วยตัวเองหมด  ปัญหามันก็ดันมาเรื่อย  พอแก้ได้ 1  มันมาอีกเป็น 10 เป็น 100  แก้กันไม่หวาดไม่ไหว  เคยท้อนะ  เวลามีปัญหาแล้วแก้มันไม่ได้
 มันคงเป็นเพราะความหยิ่งทนงตัวตามแบบวัยรุ่น  ที่ไม่ต้องการให้ใครมาช่วย  ไม่ต้องการให้ใครมาวุ่นวาย  พอแก้ปัญหาไม่ได้  ก็เลยเก็บไว้คนเดียว
มันก็ดีนะ  เหมือนกับการฝึกไปในตัว  ฝึกควบคุมอารมณ์  ฝึกการคิดหาทางออก  แต่ที่ผ่านมาน่ะ  มันแย่มาก ๆ ไม่มีใครรู้หรอกว่าช่วงเวลานั้นมันท้อแท้มากแค่ไหน
ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าผ่านมันมาได้ยังไง   ต้องขอขอบคุณปัญหาต่าง ๆ  ที่สร้างให้เราอดทนได้ในวันนี้  ขอบคุณเสียงหัวเราะขำขันจากคนรอบข้าง  ขอบคุณบทเพลงต่าง ๆ  ที่ช่วยให้ผ่อนคลายลงได้บ้าง  แต่ทุกวันนี้ก็ใช่ว่าปัญหามันจะหมดไป 
มันแค่เบาบางลงไปเท่านั้น  บางวันความท้อมันก็เกิดขึ้นรุนแรง  แต่ก็ต้องทนเก็บอาการไว้  ทำเหมือนว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย  ทำเหมือนใจเย็นค่อย ๆ คิดไป
มันก็พอช่วยได้บ้าง  แต่มันก็มีมาใหม่เรื่อย ๆ  เหนื่อยเหมือนกัน  แต่ทำไงได้ล่ะ  เวลาของชีวิตมันยังมีเหลืออยู่  ก็ต้องสู้ต่อไปเรื่อย ๆ  จะไปหวังกำลังใจจากใครคงไม่มี
เหนื่อยก็พักเอาก็แล้วกัน
โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

แสงสุดท้าย…….bodyslam

โพสท์ใน Uncategorized | 1 ความเห็น

ทางกลับบ้าน……bodyslam

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น