อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวผ่าน…ปัญหามีไว้ให้หาทางออก

ทุกปัญหา  มีหนทางให้แก้ไข  ทุกอุปสรรค  มีหนทางให้ก้าวเดิน

ชีวิตทุกชีวิต  ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ  ไม่มีใครที่เพียบพร้อมทุกอย่าง

อุปสรรค  มีติดตัวเรามาตั้งแต่เราได้ลืมตาดูโลก    ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้

การหัดก้าวเดินในก้าวแรก  จนกว่าจะเดินได้เหมือนคนปกติทั่วไป  ยังต้องมีล้มลุกคลุกคลาน

แต่ที่เราทำได้ในวัยเด็ก  ก็เพราะมีแรงใจคอยเชียร์  คอยให้กำลังใจ  และแรงจูงใจที่ทำให้เกิดความพยายาม

พยายามที่จะก้าวเดิน  พยายามที่จะลุกขึ้นใหม่เมื่อล้มลงไป  โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เพื่อที่จะได้เดินได้เหมือนคนอี่น  เพื่อที่จะได้วิ่งเล่นได้เหมือนคนอื่น ๆ  อย่างสนุกสนาน

พอเราเดินได้  วิ่งได้  เราก็สามารถเดิน หรือ วิ่งไปที่ไหนก็ได้ที่เราอยากไป

พอโตขึ้น  ก็ต้องเรียนหนังสือ  ต้องทำกิจกรรม  ต้องท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ  ต้องสอบกลางภาค  ปลายภาค

ก็ต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย  ตั้งแต่หัดเขียนหนังสือตัวแรก  กว่าจะเขียนเป็นคำ  ประโยค  บทความต่าง ๆ

ต้องถูกสั่งถูกสอน  ถูกกดดันมากมายจากคุณครู  พ่อแม่   ที่คอยเคี่ยวเข็ญให้เราพยายามทำให้ได้  ทำให้สำเร็จ

บางครั้ง  อาจถูกกดดันจนหนักเกินไป  จนเรารู้สึกท้อแท้  ไม่อยากเขียน  ไม่อยากเรียน  แต่หารู้ไม่ว่า

ที่เรากำลังถูกกดดันอยู่นั้น  มันเป็นแค่เศษเสี้ยวของความกดดันที่จะต้องเจออีกมากมายเมื่อเราโตขึ้น

สิ่งที่ถูกสั่งสอนมานั้น  ล้วนแต่มีมูล  มีเหตุ  มีวัตถุประสงค์  เพื่อให้เราแข็งแกร่งขึ้น  มีความสามารถมากขึ้น

เพื่อที่จะให้เราสามารถเอาตัวรอดอยู่ในสังคมที่กว้างใหญ่ไพศาลบนโลกนี้ได้

ความกดดันต่าง ๆ  เพื่อให้เราพยายาม  เพื่อให้รู้จักอดทน  อดกลั่น  ในทุกสถานการณ์

ทุก ๆ คน  จะต้องเจอเหมือนกันหมด  ใครจะเจอมาก  เจอน้อย  ก็แล้วแต่ความเป็นอยู่ของคนนั้น ๆ

นักวิ่งทีมชาติ  ในรายการวิ่งข้ามรั้ว  ยังต้องพยายามวิ่งกระโดดข้ามรั้วทุกรั้วให้เร็วที่สุด

และยังต้องให้เร็วกว่าคู่แข่ง  เพื่อชัยชนะ

แต่กว่าเขาจะวิ่งได้  กว่าเขาจะมาแข่งได้  ต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย

ทั้งแรงกาย  แรงใจ  ความกดดันจะผู้ฝึกสอน  ความกดดันจากคู่แข่ง  จากเพื่อนร่วมทีม  จากผู้ชม

หรือแม้แต่  ความพ่ายแพ้  แต่ทำไมเมื่อเขาแพ้  ทำไมเขาถึงไม่เลิกวิ่ง  แล้วหันไปทำอย่างอื่นแทน

เพราะเขาได้เปลี่ยนความพ่ายแพ้  ให้เป็นพลัง  ด้วยความมุ่งมั่น  เอาประสบการณ์ที่ผ่านมามาปรับปรุงแก้ไข

เพราะเขารู้ว่าความสำเร็จมีรออยู่ตรงหน้า  ชัยชนะอยู่เพียงแค่ปลายเอื้อมมือเท่านั้น  และสักวันมันจะเป็นของเขา

แม้แต่นักฟุตบอลทีมชาติในศึก ฟุตบอลโลก 2010 ที่ผ่านมา

นักฟุตบอลของแต่ละประเทศ  ต่างก็ถูกกดดันอย่างมาก  จากบรรดาแฟนบอลในประเทศของตัวเอง

ในฐานะที่เป็นทีมชาติ  ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประเทศ  ไม่มีใครรู้ว่าเขาต้องถูกกดดันขนาดไหน

เมื่อทีมชนะ  ทุกคนต่างก็ดีใจ  แต่เมื่อทีมแพ้  ทุกคนต่างเสียใจ  แต่ก็มีคำด่าตามหลังมาด้วย

ว่าทำไมทำไม่ได้  ทำไมเล่นไม่ดี  ทำไมสู้ไม่ได้  ทำไมแพ้  ทำไมยิงไม่ได้  ทำไมอุดไม่อยู่  และทำไมไม่ชนะ

คำถามเหล่านี้  ทุกทีมที่แพ้  ต้องเจอเหมือนกันหมด  กับการถูกวิพากวิจารณ์  ต่าง ๆ นานา

โดยเฉพาะ ประเทศมหาอำนาจลูกหนัง  อย่าง  อังกฤษ

ทุกคนต่างตั้งความหวังไว้มากมาย  ว่า อังกฤษ  จะทำได้  แต่ก็กลับแพ้อย่างไม่เป็นท่า

ทำให้บรรดานักเตะชื่อดัง  ถูกวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่น  ว่าดีแค่ไหน  แย่แค่ไหน

ความกดดันจากสิ่งต่าง ๆ  รอบตัวพวกเขา  อุปสรรคที่ยากเกินกว่าจะรับได้  แต่พวกเขาก็ยังไม่ท้อถอย

เพราะเขารู้ว่า  โอกาสของเขา  ยังมีรออยู่ข้างหน้า  ความสำเร็จยังรอเขาเข้าไปไขว่คว้า

พวกเขาต้องถูกฝีกฝนอย่างหนัก  ไม่เพียงแค่ความสามารถเฉพาะตัว  การเล่นกันเป็นทีม

ความสามารถในการอดทนต่อความกดดันต่าง ๆ  ก็เช่นกัน  ทั้งการควบคุมอารมณ์ที่ต้องสู้กับตัวเอง

ต้องสู้กับเพื่อนร่วมทีม  ต้องสู้กับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า  ความกดดันจากเสียงเชียร์ของกองเชียร์ฝ่ายตรงข้าม

และ  ความกดดันจากความหวังของทุก ๆ คนที่เชียร์พวกเขาอยู่

ทีมใดที่สามารถอดทนต่อความกดดันเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี  ก็มีโอกาสที่จะชนะแล้ว

แม้แต่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน  ก็ยังมีความกดดัน เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง

ในการก้าวเดินเพื่อมุ่งสู่จุดหมายที่ตั้งความหวังไว้  การดำเนินงานเพื่อบรรลุตามเป้าหมายที่วางแผนไว้

ก็ล้วนแต่มีอุปสรรคต่าง ๆ นานา เช่นกัน

พนักงานในระดับหัวหน้างาน  ก็ถูกกดดันจากปัญหาต่าง ๆ  ใน line ผลิต  ปัญหาจากการควบคุมงาน และคน

ปัญหาจากการวางแผนการผลิต เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ  และอีกมากมาย  ที่มีมาให้แก้ไขกันไม่รู้จักจบสิ้น

แถมยังถูกกดดันจากระดับผู้บริหาร  ที่จะต้องทำให้ได้ตามเป้าหมายที่ถูกกำหนดไว้ด้วย

กว่าเขาจะเป็นหัวหน้าได้  ต้องผ่านการทดสอบมากมาย  ต้องผ่านการแก้ปัญหามามากมาย 

ที่ถูกเรียกรวมกันว่า  ประสบการณ์  ความชำนาญงาน  ความรู้ความสามารถ

พ่อค้าแม่ขาย ต่าง ๆ  ต่างก็มีอุปสรรคและปัญหา  แล้วแต่ว่าใครจะต้องเจอกับอะไร

โดยเฉพาะ  พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัด ทุกคน  ต่างคนก็ต่างมากันคนละที่  แต่ปัญหา กลับมีคล้ายกัน

ทั้งเรื่องยอดขาย  ผลกำไร  คู่แข่ง  สินค้า  ลูกค้า  หรือแม้แต่  ภัยธรรมชาติ  ฤดูกาลของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

โดยเฉพาะ ฤดูฝน  ที่ถือว่าเป็นช่วงที่ลงทุนเสี่ยงที่สุด  และเสียหายมากที่สุด

บางคน  ต้องหาพื้นที่ขาย  พอได้ขาย กลับขายได้ไม่ดี  ไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน

และฝน  ก็เป็นตัวแปรสำคัญ  ที่ทำให้เกิดอุปสรรคและปัญหาตามมามากมาย

ทุกการค้า  ทุกธุรกิจ  ล้วนแต่เป็นการลงทุนทั้งสิ้น  มีต้นทุน  มีผลกำไร

ร้านค้าของชำทั่วไป  ก็ต้องลงทุน  ถึงจะขายได้ทุกวัน  แต่ผลกำไรน้อย  ถ้าบริหารไม่ดี  ก็เจ๊งได้เหมือนกัน

ร้านค้าอาหารตามตลาดนัด  ก็ต้องลงทุนแบบวันต่อวัน  ผลกำไร วันต่อวัน 

ถ้าครึ่งวันเช้า  ลงทุนเพื่อเตรียมของขาย  แต่ตกเย็นกลับเจอพายุฝนกระหน่ำจนไม่ได้ขาย  ที่ลงทุนไป  ก็สูญเปล่า

แม้แต่ร้านค้าอื่น ๆ ก็เช่นกัน  เมื่อฝนตกลงมาจนไม่ได้ขาย ก็เท่ากับว่า  วันนั้น ไม่มีเงินหมุนสมทบ

รายได้ก็จะลดลงไป  ซึ่งในวันปกติ  บางครั้งก็ขายไม่ค่อยดีอยู่แล้ว

มันก็เป็นอุปสรรคและปัญหาที่จะต้องรู้จักแก้ไขปรับตัวให้รับกับสถานการณ์เหล่านั้น  ตามประสบการณ์ที่ผ่านมา

แม้แต่ชีวิตของคนเรา  ก็ยังมีอุปสรรค  มีปัญหา  ในเรื่องของสุขภาพร่างกาย  และจิตใจ

อุปสรรคทางร่างกาย ก็คือ  เรื่องของความพร้อมของร่างกาย  โรคภัยต่าง ๆ  ที่มาเบียดเบียน

ปัญหาทางจิตใจ  ก็มีอยู่มากมาย  ทั้งเรื่องของความกดดันจากสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของความรัก

ที่มีหลากหลายปัญหา  จนยากที่จะอธิบายได้ครบถ้วน

แต่ไม่ว่าอุปสรรคจะเกิดจากที่ไหน   ปัญหาจะมีสาเหตุจากอะไร

มันก็เป็นสิ่งที่เราทุกคน  ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน  ยอมรับมันให้ได้  และปรับปรุงแก้ไขไปตามสถานการณ์

แม้ว่าอุปสรรคจะสูงแค่ไหน  แม้ว่าปัญหาจะกว้างใหญ่เพียงใด

ขอเพียงเราใช้สติปัญญา  สมาธิ และประสบการณ์  ในการหาหนทางแก้ไข

ไม่ท้อแท้  ไม่ท้อถอย  ไม่หลีกเลี่ยง  ไม่ถอยหลัง  ไม่หนีปัญหา  ไม่โยนปัญหาทิ้งไป

กล้าที่จะเผชิญหน้าอย่างมีสติ  คิดแก้ไขปัญหาอย่างมี step  พยายามจนสามารถไขปัญหานั้นได้

ไม่เพียงแต่เราจะก้าวข้ามผ่านปัญหานั้นไปได้  แต่มันจะกลายเป็นประสบการณ์ของเรา  มันจะกลายเป็นพลัง

ที่จะทำให้เราสามารถก้าวเดินบนเส้นทางชีวิตต่อไปได้

ขอเพียงอย่ายอมแพ้ในสิ่งที่เป็นอยู่   ขอเพียงอย่าท้อแท้กับความกดดันจากสิ่งรอบข้าง

ยิ่งปัญหาดูยิ่งใหญ่เพียงใด  ถ้าเราก้าวผ่านมันไปได้  มันก็คือประสบการณ์ของเรา

ฉนั้น   ไม่ว่าอุปสรรคจะยากเย็นเพียงใด  ปัญหาจะชวนให้ปวดหัวแค่ไหน  เราก็ต้องพยายาม

พยายามที่จะคิดหาหนทางแก้ไข  หาหนทางที่จะลุยผ่านมันไปให้ได้  เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการไขปัญหาให้ได้

เพราะเรายังต้องใช้ประสบการณ์เหล่านี้  ในการดำเนินชีวิตต่อไป  จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต

เพราะยังมีอุปสรรค  และ ปัญหา  อีกมากมาย  ที่พร้อมจะโถมเข้ามาหาเรา  อย่างไม่รู้จักจบสิ้น

และเราต้องฝ่าฟันไปให้ได้  เราต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้

เพื่อเป้าหมายของเรา  เพื่อจุดหมายของเรา

 
 
 
Post  by : nai.B
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s