เมนูสุดพิเศษ…..ที่กินไม่ได้

          ในงานฌาปนกิจศพ คุณพ่อ เช้า  บัวคลี่  คุณตาของผมเองครับ  เมื่อวันจันทร์ ที่12 เมษายน  พ.ศ.2553  ที่ผ่านมา(เมื่อวานนี้เองครับ)ได้มีการทำบุญเลี้ยงพระที่วัด  ด้วยความร่วมมือจากบรรดาญาติพี่น้อง  แม่ครัวจำนวนมากที่เป็นผู้ปรุงแต่งอาหาร  ก็ล้วนแต่เป็นญาติ ๆ กันทั้งนั้นครับ  ราวกับว่างานพิธีศพของคุณตาของผม  กลายเป็นวันรวมญาติวันนึงไปแล้วซึ่งคนที่มาช่วยงานก็มากหน้าหลายตา  มีทั้งได้รู้จักบ้าง  และไม่รู้จักบ้าง  แต่ทุกคนก็มากันด้วยใจและร่วมมือกันด้วยความสามัคคีกันเป็นอย่างดีเพื่อให้ได้เมนูอาหารสุดพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

          เมนูสุดพิเศษ  ที่ถูกปรุงแต่เป็นอย่างดี อย่างพิถีพิถัน  ของที่นำมาประกอบอาหาร  ก็ถูกเลือกสรรแต่ของที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ ไม่ว่าจะเป็น ปลา  หมึก  กุ้ง  ปู  และอื่น ๆ  อีกมากมาย  ทั้งของคาว และของหวาน  โดยเฉพาะ มะม่วงเขียวเสวย  ที่ผมเองที่เป็นผู้ปอกเปลือกและเฉาะจัดใส่จาน เพื่อนำถวายแด่พระสงค์ที่มาสวดในงานนี้  แต่ละลูกก็ถูกเลือกสรรมาเป็นอย่างดี  ลูกยาวสวยงาม สีเขียวสดใส เมื่อปอกเปลือกออกมา ก็ได้เห็นเนื้อมะม่วงสีเหลืองนวลกำลังดี  ขณะที่เฉาะใส่จาน  พอจะมีเศษ ๆ  จากเม็ดมะม่วง เหลืออยู่บ้าง เลยหยิบมาชิมดู  ปรากฎว่า รสชาติหวานกรอบ อย่างที่หาได้ยากในท้องตลาดทั้วไป   ส่วนขนมหวาน ก็ถูกจัดสรรเป็นอย่างดี อย่างพิถีพิถัน  เมื่อถึงเวลาที่พระสงค์จะลงมาประกอบพิธีทางศาสนา  เหล่าอาหารที่ถูกปรุงแต่งเป็นอย่างดี ก็ถูกลำเลียงมาจัดวางรอเวลาฉันเพล  และถูกจัดเตรียมไว้อีกหนึ่งชุด  ใส่ถ้วยเล็ก ๆ  นำจัดวางด้านข้างศพของคุณตา  พร้อมจุดธูปถวาย 

          เมื่อพระสวดจบ ก็ถึงเวลาฉัน  พระท่านก็มานั่งล้อมวงกัน ในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้  เหล่าอาหารที่สุดพิเศษเหล่านั้นก็ถูกประเคนถวายแด่พระสงค์  และพระพุทธ  เพราะอาหารต่าง ๆ  นั้นมีรสชาติอร่อยถูกปาก  พระสงค์ทุกรูปจึงฉันอย่างเอร็ดอร่อย  สังเกตได้จากใบหน้าที่มีความสุข  เหล่าญาติ ๆ  ก็มีความสุขไปด้วยเพราะนี่เป็นการทำบุญครั้งใหญ่  หลังจากที่พระสงค์ได้ฉันเสร็จเรียบร้อย  เหล่าอาหารที่เหลือ ก็ถูกนำออกจัดวางอยู่ด้านในโรงครัว  และเหล่าญาติพี่น้องก็ได้ร่วมรับประทานอาหารกันอย่างมีความสุข  ได้พูดคุยกันทักทายกันตามอัธยาศัย  หลังจากนั้นก็เตรียมจัดเก็บสิ่งของและจัดเตรียมพื้นที่สำหรับพิธีฌาปนกิจต่อไป

          พอถึงเวลา บ่าย 2 โมงครึ่ง  ลานพิธีก็จัดเตรียมเสร็จเรียบร้อย  พระสงค์ในวัดก็เดินทางมาถึงลานพิธี  พิธีกรรมต่าง ๆ ก็เริ่มดำเนินการ  ผมเองได้ทำหน้าที่เป็นผู้เคลื่อนย้ายศพของคุณตามายังเมรุ  สถานที่ที่ทุกคนต้องมา เมื่อถึงเวลานั้น  ด้วยวิธีการแบกครับ  รวมกับญาติ ๆ อีกหลายคน  ทั้งพระสงค์และเณรจำนวน 9 รูป  เริ่มจัดขบวนแห่ศพ  เมื่อแตรวงเริ่มบรรเลง  ขบวนแห่ก็เริ่มเคลื่อนขบวน  เดินแห่รอบ เมรุ จำนวน 3 รอบ  ซึ่งผมเป็นแบบโลงศพในตำแหน่งกลาง  และดูเหมือนจะสูงกว่าญาติท่านอื่นนะ  รอบแรกก็เดินได้สบาย ๆ ครับ  และสบาย ๆ จนถึงรอบที่ 3  เริ่มรู้สึกว่า น้ำหนักที่แบกเริ่มเพิ่มขึ้น เป็นเพราะญาติท่านอื่นเริ่มอ่อนแรงลงแล้ว  แต่ไม่เป็นไรครับ ผมทนได้ และญาติท่านอื่น ๆ ก็ทนได้เหมือนกัน ทั้งที่เดินเท้าเปล่า  และอากาศที่ร้อนมาก  แต่ทุกคนก็ทำเพื่อ คุณตาของผม

          เมื่อเคลื่อนศพมาจัดวางในตำแหน่งหน้าเตาแล้ว  พิธีกรรมต่าง ๆ ก็ดำเนินตามเวลาที่กำหนดไว้พอดี  ไม่ว่าจะเป็นการเชิญญาติผู้ใหญ่ขึ้นทอดผ้าบังสกุล จนถึงประธานในพิธี  เมื่อเสร็จพิธี ก็ถึงเวลาเคลื่อนศพเพื่อทำพิธีเผาต่อไป  ผมจึงถือโอกาสนี้เป็นตัวแทนของคุณพ่อของผม  ซึ่งท่านไม่ถูกกับคุณตา  และเคยมีเรื่องบาดหมางกันบ่อยครั้ง  แต่ก็มีเหตุการณ์ดี ๆให้ผมได้เห็นเหมือกันครับ   คือในวันจัดพิธีรดน้ำศพวันแรก  คุณพ่อของผมได้มาร่วมงานด้วย  และได้ช่วยกันจนพิธีรดน้ำศพได้เสร็จสิ้น  มันเป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกถึงการให้อภัย  การอโหสิกรรมต่อกัน  ถึงแม้มันจะสายเกินไปแล้วก็ตาม  ในวันพิธีฌาปนกิจวันนี้ คุณพ่อไม่ได้มาร่วมงานด้วย   ก่อนจะนำศพขึ้นสู่เตาเผา  ผมได้เห็นหน้าคุณตาเป็นครั้งสุดท้าย  และผมก็ได้บอกกับคุณตาว่า

          “ตา  วันนี้ผมเป็นตัวแทนของพ่อผมนะ  ขอให้ตาให้อภัยต่อกันนะ  อย่าถือโทษโกรธเคืองกันอีกเลยนะ  อโหสิต่อกันนะครับ ขอให้ตาไปสู่สุขตินะตา “

          พอผมพูดจบ ก็เป็นเวลาพอดีที่จะเคลื่อนศพเข้าเตาเผา  ทั้งผู้ทำพิธีที่ยืนอยู่ตรงนั้น  ทั้งญาติ ๆ รวมทั้งตัวผมเองด้วย  ได้ช่วยกันเคลื่อนศพเข้าเตา  และผมก็ได้ยืนดูจนเสร็จพิธี

          ผมเองกับคุณตา  เราไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ ไม่เหมือนพี่น้องผมคนอื่น ๆ  แต่ผมก็รู้ว่าปัญหาระหว่างคุณพ่อกับคุณตา เกิดจากอะไร  ในฐานะที่เป็นคนที่อยู่ตรงกลาง  ผมก็ขอทำอะไรเพื่อท่านบ้าง ถึงมันจะสายเกินไปก็เถอะนะ    ผมไม่เสียใจหรอกนะครับที่คุณตาต้องมาจากไป  เพราะผมได้เห็นช่วงเวลาก่อนที่ท่านจะสิ้นลมหายใจอย่างสงบ  ท่านต้องถูกใส่ท่อทาง และเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อยื้อชีวิตท่านไว้   หมายความว่าท่านต้องทรมานในสภาพอย่างนั้นเป็นเวลานาน  เมื่อท่านสิ้นแล้ว  ก็หมายความว่าท่านไม่ต้องมาทรมานอีกแล้ว  ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องปวด  ไม่ต้องหิว  ไม่ต้องเครียด  ไม่ต้องรับรู้อะไรอีกต่อไป  ไม่ต้องมารับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงไปของโลกนี้อีกต่อไป  หมดสิ้นซึ่งเวรกรรมแล้ว  ไม่ต้องมาทุกข์ทรมานเพื่อชดใช้เวรกรรมอีกแล้ว   เหลือแต่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่  อย่างผมนี่แหละครับ  ที่ต้องดำเนินชีวิตต่อไป อยู่เพื่อชดใช้เวรกรรมต่อไป  จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย

          สุดท้ายนี้ ผมขอให้ ความดีงามที่คุณตาเคยสร้างมาตั้งแต่ครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่  และผลบุญกุศลที่ได้เคยทำไว้  ส่งผลให้คุณตาไปสู่สุขติบนสรวงสวรรค์  นะครับ

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ เมนูสุดพิเศษ…..ที่กินไม่ได้

  1. nai.B พูดว่า:

    วันนี้ก็เป็นสูญเสียญาติพี่น้องไปอีกคน แม้จะเป็นญาติห่างๆ แต่ก็ทำให้ใจหดหู่เหมือนกัน คนเราก็เท่านี้ละนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s